สถิติ
เปิดเมื่อ22/05/2012
อัพเดท23/10/2012
ผู้เข้าชม6667
แสดงหน้า8520
บทความ
การเมือง/สังคม/ประวัติศาสตร์
ตำแหน่งข้าราชการเมือง
ลัทธิวีรคติ
ฟาสซิสต์คืออะไร
สันติอโศก
สงครามกลางเมืองในกัมพูชา1
สงครามกลางเมืองในกัมพูชา2
ความรุนแรงกับนักการเมือง
พรรคการเมืองไทย
กฎหมาย
โมฆียะและโมฆะต่างกันอย่างไร
ก.พ.ค.คืออะไร
อำนาจนายกของไทย
จำแนกกฎหมาย
กิจกรรมพัฒนาชุมชน
กิจกรรมชุมชน4
กิจกรรมชุมชน3
กิจกรรมชุมชน2
กิจกรรมชุมชน
กลอนสด
กลอนสด
การศึกษา
คุยโม้โอ้อวด
คลังบทเพลง
บทวิเคราะห์/ความคิดเห็น
เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์
รวมเว็บหารายได้ผ่านเน็ต
การอ่านค่ารีซิสเตอร์
การเกษตร-ปศุสัตว์
รัฐธรรมนูญไทยฉบับที่1ฉบับเต็ม
ตำแหน่งข้าราชการพลเรือน
ปฎิทิน
August 2017
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
  
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
  
AdsOne.com

ความรุนแรงกับนักการเมือง

อ่าน 57 | ตอบ 0

 

 

วันหนึ่ง

 

ถ้าเราแต่งตัวในสภาพนี้ แล้วเดินเข้าไปหานักการเมือง ไม่ว่าจะไปหาที่บ้าน สำนักงานศูนย์ประสานงานพรรค หรือแม้แต่เข้าไปพรรค

 

เพื่อนำความเดือดร้อนไปร้องเรียนกับพวกเขา เพื่อหวังให้เขาแบ่งเบา ปัดเป่า ผ่อนคลายหาทางออกให้

 

ท่านลองถามตัวเองหรือไม่ครับว่าท่านจะได้คำตอบว่าอย่างไร

 

1.ให้เด็กในบ้านออกมาบอกว่าท่านไม่อยู่ ครับ / ค่ะ

2.ให้คนในพรรคนำค่ารถมาให้สัก 1-2 ร้อยเพื่อไล่ให้กลับไปเพื่อตัดความรำคาญ

3. เมินเฉยทุกกรณี

4.ต้อนรับอย่างแขกผู้มีเกียรติให้คำปรึกษาอย่างดี

 

ให้ตายเถอะครับผมไม่ได้อคติกับนักการเมือง แต่ตลอดชีวิตที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสนักการเมือง คำตอบมีเพียง ข้อ 1-3 เท่านั้น

 

ส่วนข้อ 4 .จะเกิดขึ้นได้เมื่อ

 

- เรามีข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามไปให้เขาไม่ว่าแง่มุมมใดก็ตาม

- มีจำนวนมากพอที่นักการเมืองจะเพิกเฉยไม่ได้

- มีการข่มขู่ว่าจะใช้มาตรการที่สูงขึ้น

 

ท่านเห็นหรือยังครับว่า ความรุนแรงทางสังคม มันมาจากคนที่เป็นแกนทางสังคม สร้างแบบแผนมันขึ้นมา ชาวบ้านธรรมดาไปหาเข้าพบไม่ได้ แต่ถ้าใช้กำลัง ใช้คนเยอะ ก็จะได้รับการแก้ไข

 

ทำให้ชาวบ้านเขาเรียนรู้ การที่จะนำปัญหาของพวกเขาไปสู่กระบวนการแก้ไขได้ว่าต้องทำอย่างไร

 

นี่ผมยังไม่นับรวมถึงระบบราชการที่เป็นแบบเจ้าขุนมูลนาย ที่ชาวบ้านแทบคลานเข้าบ้าน

จึงไม่แปลกใจว่าทำไมสังคมมันเพาะบ่มปัญหาความรุนแรงขึ้นทุกวัน

 

เหตุก็เพราะ

 

1 .ปัญหามันมีและไม่ได้รับการแก้ไข และขบวนการไม่ทำงาน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน

 

2.การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ทำให้ระดับท้องถิ่นแก้ปัญหาไม่ได้เมื่อเป็นเป็นหาระดับนโยบาย ชาวบ้านจึงเคลื่อนตัวเข้ามายังศูนย์กลางของอำนาจ นั่นคือตึกไทยคู่ฟ้านั่นเอง

 

3.สังคมเราขาดองค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ทางสังคมอย่างแท้จริง ขาดแบบแผนปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับ นำไปสู่การเคลื่อนไหวที่มีแนวโน้มว่าจะใช้ความรุนแรงและผิดกฎหมายอยู่ตลอดเวลา

 

เพราะชาวบ้านเรียนรู้การแก้ปัญหาจากภาครัฐว่าถ้าจะได้ผลต้อง ปิดถนน ไปทำเนียบ หรือแม้แต่บุกยึดหน่วยงานทางปกครองของส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

 

ดังนั้นหน้าทำเนียบจึงไม่เคยว่างเว้นจากการชุมนุมของประชาชน ทั้งที่เดือดร้อนจริงๆและเดือดร้อนแบบแอบแฝง

 

ส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าวัฒนธรรมนี้มันมาจาก นักการเมือง ส่วนราชการ รวมไปถึงภาครัฐระดับนโยบายต่างๆ สร้างแบบแผนนี้ขึ้นมา จนชาวบ้านเชื่อว่านี่คือเป้าหมายและหนทางนำไปสู่ความสำเร็จในการแก้ปัญหาของพวกเขา

 

ต้นตอของปัญหานี้ทั้งหมดต้องกลับไปปรับเปลี่ยนวิธีคิด รูปแบบ ในการมองชาวบ้าน ในการแก้ไขปัญหา อย่ามองว่าชาวบ้านคนเดียว ก็มีเพียงปัญหาเดียวปล่อยทิ้งไม่สนใจ แท้ที่จริงแล้ว ชาวบ้านคนเดียวที่เดินมา เป็นสัญญาณเตือนว่าขณะนี้มีปัญหาเกิดขึ้นในสังคมแล้ว

ควรรีบเร่งทำการแก้ไข ไม่ใช่ปล่อยไว้เป็นดินพอกหางหมูเป็นปัญหาสังคมหมักหมมต่อไป เพียงเพราะความคิดที่มองคนแต่รูปลักษณ์ภายนอกจนเกิดลัทธิเอาอย่าง จนกลายเป็นแบบแผนขึ้นทางสังคมดังที่ปรากฎ

ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :